“ปวีณา” พาผู้เสียหาย 3 รายพบรองปลัดกระทรวงยุติธรรมยื่นเรื่องขอรับเงินเยียวยาผู้เสียหายทางคดี

พฤศจิกายน 28, 2017 6:22 pm โดย opwnews
0
42

“ปวีณา” พาผู้เสียหาย 3 ราย รายแรก น้องน้ำถูกฆ่าฝังดิน 5 ปีที่ จ.เพชรบุรี รายที่สอง อาเลื้ยงบังคับหลานสาว 15 ปี ค้ากามในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และรายที่สาม น้องไข่มุก วัยขวบเศษ ถูกชายที่มาติดพันแม่ทำร้ายร่างกายสาหัส เลือดคั่งสมอง ตับสองข้างฉีกขาด พบรองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อยื่นเรื่องขอรับเงินเยียวยาผู้เสียหายทางคดี1511893834422

เวลา 14.00 น. วันอังคารที่ 28 พ.ย.60 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พาผู้เสียหายทางคดี 3 ราย ไปพบกับ นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ตามที่ได้นัดหมาย เพื่อยื่นเรื่องขอรับเงินเยียวยา ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

รายแรก นางจันทิรา ศรีศักดิ์ อายุ 48 ปี ชาว จ.เพชรบุรี มารดาของน.ส.จริยา ศรีศักดิ์ หรือ น้องน้ำ อายุ 16 ปี เหยื่อนายจ้างโหดทำร้ายทุบตีอย่างหนัก แถมยังล่ามโซ่ทิ้งไว้ให้เสียชีวิตคาบ้านใน จ.กรุงเทพฯ ก่อนวางแผนเอาศพไปเผาที่วัดอ้างว่าเป็นต่างด้าวตายแต่ไม่สำเร็จ เลยร่วมกับพวกขนศพไปฝังดินใน จ.เพชรบุรี นานเป็นเวลากว่า 5 ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมา หลังติดต่อกับลูกสาวไม่ได้ นางจันทิรา ได้สอบถามไปยังนายจ้างก็ได้รับคำตอบว่าลูกสาวหนีไป และไม่รู้ว่าหนีไปที่ไหน จึงเข้าแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.เมืองเพชรบุรี และออกตามหาลูกสาวมาโดยตลอดแต่ก็ไม่มีวี่แวว กระทั่งช่วงกลางเดือน ต.ค. 60 มีพลเมืองดีมาหาและบอกว่า น้องน้ำ ถูกนายจ้างซ้อมทารุณจนเสียชีวิตและนำศพมาฝังไว้ใกล้กับต้นตาลหลังบ้านของแม่นายจ้างใน จ.เพชรบุรี จึงได้เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยทำความจริงให้ปรากฏและนำตัวผู้ที่ฆ่าลูกสาวมาดำเนินคดี

หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ก่อนที่ พล.ต.ท.ฐิติราช จะมอบหมายให้ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม สืบสวนและคลี่คลายคดีนี้ จากนั้น พล.ต.ต.ไมตรี ได้ส่งพนักงานสอบสวนไปสอบปากคำพลเมืองดีที่ให้เบาะแสจนนำไปสู่การขุดพบโครงกระดูกของน้องน้ำ และติดตามจับกุม น.ส.กฤษณา หรือ โมนา สุวรรณพิทักษ์ นายจ้าง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2431/2560 ลงวันที่ 4 พ.ย.60 ในข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย กับพวกที่ร่วมกันซ่อนเร้นอำพรางศพนำไปฝังดิน ซึ่งคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปสำนวนฟ้องต่ออัยการ

รายที่สอง น.ส.แก้ว (นามสมมติ) เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ขอให้ช่วยเหลือ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ลูกสาว ซึ่งถูก น.ส.หนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นอาเลี้ยง บังคับข่มขู่พาไปขายบริการทางเพศให้กับหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ต้องรับแขกอย่างน้อยวันละ 3 คน เป็นเวลานานกว่า 7 เดือน ถ้าน.ส.เอ ขัดขืนก็จะถูกน.ส.หนึ่ง อาเลี้ยง ด่าทอทำร้ายทุบตีจึงต้องจำใจทำ สุดท้ายทนไม่ไหวจึงได้โทรมาเล่าเรื่องทั้งหมดให้น.ส.แก้ว ผู้เป็นแม่ฟัง และขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ น.ส.แก้ว เล่าว่า ตนแยกทางกับสามีเมื่อ 10 ปีก่อน และได้พาลูกสาวมาอยู่ด้วย ต่อมาก็มีสามีใหม่และมีลูกชายอีก 1 คน ที่ผ่านมาก็อยู่กันมาด้วยดี แต่เมื่อต้นปี 60 สามีใหม่ถูกตำรวจจับในคดียาเสพติด จึงได้พาลูกสาวไปฝากไว้กับแม่และน้องสาวของอดีตสามี ซึ่งเป็นย่าและอาเลี้ยงที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยไม่คิดว่าลูกจะต้องไปอยู่ในสภาพนั้น สุดท้ายสิ่งที่ไว้ใจกลับเป็นภัยใกล้ตัวแท้ๆ

หลังรับแจ้ง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. และ พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท. ผบก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามวางแผนเข้าจับกุม น.ส.หนึ่ง อาเลี้ยง และชายผู้ที่ซื้อบริการได้ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มาดำเนินคดีตามกฎหมาย และช่วยน.ส.เอ กลับสู่อ้อมอกแม่ได้สำเร็จ

และ รายที่สาม น.ส.สวย (นามนสมมติ) อายุ 21 ปี ร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือผ่านเพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่าชายที่คบหาดูใจชื่อ นายชนะ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อุ้มเด็กหญิงไข่มุก วัย 1 ขวบ 7 เดือน ลูกสาวที่เกิดจากสามีเก่าออกจากบ้านหายไป ต่อมาแม่ของนายชนะนำลูกสาวส่งโรงพยาบาลชลบุรี ในสภาพบอบช้ำสาหัส แพทย์ระบุ ตับสองข้างฉีกขาด เลือดคั่งในสมอง ก่อนทำการผ่าตัดสมองเพื่อช่วยชีวิต ขณะนี้ลูกสาวยังนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู และคาดว่านายชนะเป็นผู้ที่ทำร้ายลูกสาวจนปางตาย จึงขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยตรวจสอบทำความจริงให้ปรากฏนำตัวผู้ที่ทำร้ายลูกสาวมาดำเนินคดีตามกฏหมาย

หลังรับเรื่องนางปวีณา ได้เดินทางไปเยี่ยมอาการเด็กหญิงไข่มุกที่โรงพยาบาลชลบุรีทันที พร้อมประสาน พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล รรท.ผบก.ภ.จว.ชลบุรี สอบสวนติดตามคดีก่อนออกหมายจับ นายชนะ ข้อหาปราศจากเหตุอันสมควร พรากผู้เยาว์อายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล และทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุได้รับอันตรายสาหัส หลังก่อเหตุทำร้ายร่างกาย “น้องไข่มุก” และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวได้ภายใน 48 ชั่วโมง เบื้องต้นผู้ต้องหา อ้างว่า ขณะที่ตนเองนอนหลับ เด็กหญิงไข่มุกซุกซนจึงได้ใช้แขนปัดจนตกจากเตียงและศีรษะไปกระแทกกับขอบเตียง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จึงต้องรอผลทางการแพทย์มาประกอบสำนวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป