รายงานพิเศษ : หลานย่าโมสวยแพ็คคู่ สองพี่น้องนักกีฬาแบดมินตัน ตระกูลสุขใจ เก่งทั้งกีฬาและการเรียนหวังเป็นแรงบัลดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่

พฤศจิกายน 15, 2019 10:21 pm โดย opwnews
0
696

ปัจจุบันกีฬาแบดมินตันใน ประเทศไทยเป็นที่นิยมกันมาก เล่นกันทั่วประเทศทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้หญิง ผู้ชาย มีการเรียนการสอนในโรงเรียนในสถาบันอุดมศึกษา มีสนามแบดมินตันอยู่ทั่วประเทศ มีอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งผลิตได้เอง มีการอบรมฝึกสอนกีฬาแบดมินตันโดยองค์กรที่มีมาตรฐาน มีผู้ฝึกสอนทั้งในประเทศ และต่างประเทศที่ทำงานเต็มเวลา มีกรรมการผู้ตัดสินที่เป็นมาตรฐาน มีรายการแข่งขันภายในประเทศที่จัดขึ้นใน แต่ละปีไม่น้อยกว่า 20 รายการ มีนักกีฬาที่มีความสามารถติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ทั้งชายและหญิง ภายใต้การทำงานของสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ที่จริงจัง และเข้มแข็ง เชื่อว่าอีกไม่นานประเทศไทยคงจะก้าวหน้าไปเป็นผู้นำในกีฬาแบดมินตันของโลกใน โอกาสข้างหน้าอย่างแน่นอน

สำหรับวันนี้เรามีรายงานพิเศษ เกี่ยวกับสองสาวพี่น้องตระกูลสุขใจ  นางสาวรัญชิดา สุขใจ และน้องสาว นางสาวภควดี สุขใจ ที่ได้ร่วมแข่งขันแบดมินตันมากมายหลายรายการจนได้รับรางวัลต่างๆและยัง ได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม อีกด้วย ปัจจุบันนางสาวรัญชิดา สุขใจ ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยหอการค้า ส่วนนางสาวภควดี สุขใจ  ศึกษาอยู่โรงเรียนมัธยมประชานิเวศ

146030

น.ส.รัญชิดา สุขใจ  อายุ 18ปี เกิดวันที่ 16 มิถุนายน 2544  เริ่มเรียนแบดมินตันอายุ 10 ปี ที่สโมสรโค้ชสุเมธ นครราชสีมา  และได้ย้ายมาสู้สโมสร Mcp , บ้านทองหยอด , ทิฆนภัทร  และศิริภูล    ระหว่างนั้น ได้ถูกทาบทามจากทีมกีฬาวอลเล่ย์บอลชักชวนให้ไปเล่น เพื่อเข้าสู้ชุดเยาวชน  แต่ตัดสินใจไม่เข้าร่วม  แต่ได้รับคัดเลือก เข้าสู้ scg  และได้ ร่วมฝึกซ้อม เข้าพักที่ scg เป็นเวลา 2 ปี แล้วจึงออกมาจากscg  ซึ่งระหว่างนั้น ได้เข้ารอบชิงชนะเลิศ scg ชิงแชมป์ และได้รับตำแหน่งรองแชมป์หญิงคู่ อายุ 14 ปี

1891946        1891948

ตลอดระยะเวลาที่มีการแข่งขัน ได้รับรางวัลมากมาย แชมป์ scg ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ทั้งประเภทคู่และประเภทเดี่ยว  ทุกรุ่นอายุ   ,เป็นตัวแทนจังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมแข่งขันชุดกีฬาเยาวชนแห่งชาติ และกีฬาแห่งชาติ    ได้รับรางวัล เหรียญทองแดง ประเภททีมหญิง ทั้งกีฬาเยาวชนแห่งชาติ และกีฬาแห่งชาติ ในรอบชิงแชมป์ประเทศไทย  สงขลาเกมส์ เชียงรายเกมส์   และเป็นตัวแทนของ กทม. ร่วมแข่งขันกีฬา ช้างน้อยเกมส์ และได้รับเหรียญทอง ทั้งประเภทคู่และคู่ผสม รอบชิงแชมป์ประเทศไทย ทั้งภูเก็ตเกมส์ และเชียงใหม่เกมส์   ปัจจุบันได้รับคัดเลือกให้เข้าศึกษาต่อ มหาวิทยาลัยหอการค้า  สาขาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ จากโควต้ากีฬาแบดมินตัน

 

146031    1896624  1891947

ส่วน น.ส.ภควดี สุขใจ  อายุ 17ปี เกิดวันที่ 28 สิงหาคม 2545  เริ่มเรียนแบดมินตันอายุ 9 ปี ที่สโมสรโค้ชสุเมธ นครราชสีมา  และได้ย้ายมาสู้สโมสร Mcp , บ้านทองหยอด , ทิฆนภัทร  และศิริภูล   ระหว่างนั้น ได้เข้ารอบชิงชนะเลิศ scg ชิงแชมป์ และได้รับตำแหน่งรองแชมป์หญิงคู่ อันดับ 2  อายุ 12ปี   และรองชนะเลิศอันดับ 2 อายุ 14 ปี  ซึ่งตลอดระยะเวลาการแข่งขัน ได้รับรางวัลมากมาย แชมป์ scg ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ทั้งประเภทคู่และประเภทเดี่ยว  ทุกรุ่นอายุ   ,เป็นตัวแทนจังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมแข่งขันชุดกีฬาเยาวชนแห่งชาติ และกีฬาแห่งชาติ    ได้รับรางวัล เหรียญทองแดง ประเภททีมหญิง ทั้งกีฬาเยาวชนแห่งชาติ และกีฬาแห่งชาติ ในรอบชิงแชมป์ประเทศไทย  สงขลาเกมส์ เชียงรายเกมส์  ได้รับรางวัลรองชนะเลิศหญิงเดี่ยว เหรียญเงิน กีฬาเยาวชนแห่งชาติชิงแชมป์ประเทศไทย น่านเกมส์   และเป็นตัวแทนของ กทม. ร่วมแข่งขันกีฬา ช้างน้อยเกมส์ และได้รับเหรียญทอง ทั้งประเภทเดี่ยว ประเภทคู่และคู่ผสม รอบชิงแชมป์ประเทศไทย ทั้งภูเก็ตเกมส์ และเชียงใหม่เกมส์   ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมแข่งขันกีฬานักเรียนอาเซียนในนามหญิงเดี่ยว และได้รับรางวัลเหรียญทองแดงประเภททีมหญิงที่ประเทศมาเลย์เชีย  และมีชื่อได้สิทธิ์ได้ร่วมคัดเลือกเยาวชนเอเชีย ยูธโอลิมปิด  ปัจจุบันศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่โรงเรียนมัธยมประชานิเวศ์

ด้านนายบุญยงค์ สุขใจ ซึ่งเป็นบิดาของนักกีฬาแบดมินตันทั้งสองคน เปิดเผยว่าเหตุผลที่ให้ลูกทั้งสองคนเลือกสนใจทางด้านกีฬา  โดยครั้งแรก ที่เล่นกีฬาจริงจัง เพื่อความเป็นเลิศ คือกีฬาเทควันโด   สายสุดท้ายที่ได้ก่อนจะเปลี่ยนมาเล่นกีฬาแบดมินตัน คือ สาย ดำแดง   เพราะว่าด้วยอายุ ยังไม่สามารถที่จะได้สายดำได้    เล่นกีฬา แบดมินตัน เด็กๆจะได้มีวินัย ช่วยเหลือตัวเองได้    ครั้งแรกที่เล่น ไม่ได้หวังว่าจะมาได้ไกลขนาดนี้ คิดแค่ว่า อะไรที่ลูกๆชอบ คือความสุขของเขา   ไม่ใช่ความสุขของพ่อ หรือ แม่   ทั้งสองพี่น้อง พัฒนาตั้งแต่ เป็นตัวแทนจังหวัด จนถึงประเทศไทย และได้โอกาสไปแข่งขันลีกอาชีพที่ประเทศมาเลยเชีย  ไปแข่งขันต่างประเทศ  สิงค์โปร์ มาเลย์เซีย อินโดเนียเซีย พม่า สปป.ลาว  ซึ่งก็หวังว่าจะเป็นแรงผลักดันให้เขาสามารถเอาไปใช้ดำเนินชีวิต ในอนาคตต่อไป ทั้งเรื่องการใช้ชีวิต การอยู่ร่วมกันกับคนอื่น ความผิดหวัง สมหวัง จากการแข่งขัน ความไม่ถูกต้องในเรื่องต่างๆ ที่เขาได้พบเจอด้วยตัวเอง ทั้งเรื่องดีและไม่ดี จนมาถึง การค้าขาย การทำงาน การวางแผนงานต่างๆ ในการจัดการแข่งขัน การต่อสู้ในด้านกีฬาและชีวิตจริงๆ การรักษากฏ กติกา มารยาทต่างๆ ทั้งในและนอกสนาม  “ซึ่งผมว่า ผมและครอบครัวได้กำไรมากๆในเรื่องพวกนี้ ณ ตอนนี้ผมว่าลูกสาวผม 2 คน สามารถนำไปใช้ดำเนินชีวิตได้ เพราะว่าที่ผ่านมา ผมสอน และให้เค้าพบประสบการณ์ตรง หลายๆเรื่องด้วยตัวเอง คนดี คนไม่ดี คนที่ควรคบแค่ไหน พึ่งพาได้แค่ไหน หรือคบได้ในเชิงธุรกิจ หรือควรห่างๆ เอาไว้เลย  การทำงาน การอยู่ร่วมกับสังคม   คติที่ผมสอนลูกสาวทั้งสองคนคือ ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้ตัวเองและคนอื่นเดือดร้อน  พึ่งคนอื่นเป็นวิธีสุดท้ายหรือไม่ควรจะพึ่งเลย”




--!>