ปทุมธานี นายกแจ๊ส ปลื้ม มหกรรมตกกุ้ง-ปลา คลอง 13 หนองเสือ ครั้งที่ 2 คนทะลักแน่นตลิ่ง

มิถุนายน 14, 2026 06:08 โดย opwnews
0
12

ปทุมธานี นายกแจ๊ส ปลื้ม มหกรรมตกกุ้ง-ปลา คลอง 13 หนองเสือ ครั้งที่ 2 คนทะลักแน่นตลิ่ง

S__10813465_0 S__10813458_0 S__10813459_0 S__10813460_0 S__10813461_0 S__10813462_0 S__10813463_0 S__10813453_0 S__10813455_0 S__10813456_0

เตรียมสั่งปิดคลอง 10 เดือน ฟื้นฟูระบบนิเวศ เตรียมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพิ่ม 1 ล้านตัว เปิดฤดูกาลใหม่ พ.ค. 2570

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 13 มิถุนายน 2569 บรรยากาศบริเวณเลียบคลองส่งน้ำที่ 13 อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เป็นไปอย่างคึกคักและเนืองแน่นไปด้วยเหล่านักตกปลาและนักตกกุ้งกว่า 400 คนจากทั่วสารทิศ ที่หลั่งไหลมาร่วมแข่งขันในงาน “แข่งขันตกกุ้งและตกปลา คลอง 13 หนองเสือ ครั้งที่ 2” เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 30,000 บาท พร้อมรางวัลพิเศษเครื่องใช้ไฟฟ้าจาก บริษัท ไฮคิก จำกัด สปอนเซอร์รายใหญ่ที่จับมือกับ อบจ.ปทุมธานี มาร่วมสร้างความสุขและให้ประชาชนได้ลุ้นโชคติดมือกลับบ้าน

โดยก่อนเริ่มการแข่งขัน พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้นำคณะผู้จัดงาน ข้าราชการ และประชาชน ร่วมใจถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความนึกถึงพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือ “นายกแจ๊ส” เปิดเผยด้วยความยินดีว่า ผลตอบรับในครั้งนี้ดีเกินคาด มีนักล่ารางวัลเดินทางมาเข้าร่วมจนเต็มพื้นที่ตลิ่ง 1 กิโลเมตรแรก จนคณะผู้จัดงานต้องขยายพื้นที่ออกไปยาวกว่า 3 กิโลเมตรเลียบคลองเพื่อรองรับคลื่นมหาชน ถือเป็นการปิดแมตช์ฤดูกาลตกกุ้ง-ตกปลาประจำปีนี้ได้อย่างยิ่งใหญ่ “วันนี้ถือเป็นวันปิดแมตช์ฤดูกาลเฉพาะของปีนี้ หลังจากนี้ในวันที่ 15 มิถุนายน ทาง อบจ. ร่วมกับประมงจังหวัดและกรมชลประทาน จะทำพิธีปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามขนาด 2-4 นิ้ว และพันธุ์ปลาลงไปใหม่อีกประมาณ 1 ล้านตัวเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ และจะสั่งประกาศห้ามตกปลาและจับสัตว์น้ำทุกประเภทในคลอง 13 เป็นระยะเวลา 10 เดือน เพื่อให้สัตว์น้ำเติบโตเต็มที่ ก่อนจะเปิดฤดูกาลใหม่อีกครั้งในวันที่ 1 พฤษภาคม 2570” นายกแจ๊ส กล่าว

สิ่งที่สร้างความยินดีให้แก่คณะผู้จัดงานคือ มีผู้เข้าแข่งขันสามารถตก “ปลากา” ซึ่งเป็นปลาที่กำลังจะสูญพันธุ์และหาดูได้ยากมากในปัจจุบัน โดยนายก อบจ. ชี้ว่าเป็นผลสำเร็จจากการทดลองปล่อยพันธุ์ปลาไปประมาณ 3,000 – 5,000 ตัวเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งวันนี้พบว่าเติบโตได้ดี มีน้ำหนักถึง 7 ขีดเกือบ 1 กิโลกรัม เป็นไปตามแผนฟื้นฟูระบบนิเวศที่ตั้งเป้าไว้ นอกจากนี้ โครงการนี้ยังช่วยให้คนในชุมชนมีรายได้เสริมจากการใช้เวลาว่างตอนกลางคืนมาตกกุ้งตกปลาไปขายเลี้ยงครอบครัว

การแข่งขันรอบชิงชัยในเวลา 16.00 – 21.30 น. เป็นไปอย่างเข้มข้นภายใต้กติกาที่โปร่งใส โดยผลการแข่งขันมีดังนี้ โดยจะหมดเวลาช่างปลา 21.30 น. รางวัลเกณฑ์กุ้งใหญ่ที่สุด (เงินรางวัล 10,000 บาท): นายดนุพร มาลุนับ คว้าชัยด้วยการตกกุ้งยักษ์น้ำหนักสูงถึง 0.32 กิโลกรัม (320 กรัม) หรือขนาดใหญ่ระดับ 3 ตัวต่อกิโลกรัม รางวัลน้ำหนักปลารวมสูงสุด (เงินรางวัล 5,000 บาท) นายวิเชฐ์ ดิษฐเกชร ชนะไปด้วยน้ำหนักปลารวม 4.37 กิโลกรัม รางวัลน้ำหนักกุ้งรวมสูงสุด (เงินรางวัล 10,000 บาท): มีผู้ทำน้ำหนักได้เท่ากัน 3 คน คณะกรรมการจึงให้รับรางวัลร่วมกัน และรางวัลปลาใหญ่ที่สุด (เงินรางวัล 5,000 บาท) ไม่มีผู้ได้รับรางวัล เนื่องจากไม่มีใครสามารถทำน้ำหนักปลาได้เกินเกณฑ์ 5 กิโลกรัมตามที่กำหนด

ในช่วงพิธีมอบรางวัลมีสีสันและความประทับใจเกิดขึ้น เมื่อมีผู้เข้าแข่งขันสามารถตกปลาหายากและปลาพื้นบ้านไทยได้ เช่น ปลาบู่ ปลากา และปลาเนื้ออ่อน ทาง พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี จึงได้ขอซื้อปลาทั้งหมดนั้นจากผู้เข้าแข่งขันด้วยเงินส่วนตัว เพื่อนำมาปล่อยกลับคืนสู่แม่น้ำคลอง 13 ให้พวกมันได้ขยายพันธุ์และรักษาสมดุลของระบบนิเวศต่อไปตามเจตนารมณ์ของงาน
สหรัฐ แก้วตา หน ข่าว ปทุมธานีรายงาน




--!>