ปทุมธานี“นายกแจ๊ส”นำทัพปล่อยกุ้ง-ปลากว่า1ล้านตัวฟื้นนิเวศดันเป็นแลนด์มาร์กตกกุ้งสร้างรายได้
ปทุมธานี“นายกแจ๊ส”นำทัพปล่อยกุ้ง-ปลากว่า1ล้านตัวฟื้นนิเวศดันเป็นแลนด์มาร์กตกกุ้งสร้างรายได้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ณ บริเวณศาลาริมคลอง 13 หน้าวัดธรรมราษฎร์เจริญผล ตำบลศาลาครุ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี (บุคคลสำคัญในฐานะผู้นำท้องถิ่นของจังหวัด) ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการส่งเสริมสนับสนุนการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ เฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดปทุมธานี” โดยมีคณะผู้บริหาร, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี (ส.อบจ.ปทุมธานี), ส่วนราชการ, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคึกคักกว่า 250 คน ทั้งนี้ ก่อนเริ่มเข้าสู่พิธีการอย่างเป็นทางการ ประธานในพิธีพร้อมด้วยผู้เข้าร่วมงานทั้งหมดได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
สำหรับการจัดโครงการในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ตลอดจนเป็นการมุ่งเน้นการดูแล ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในแหล่งน้ำของจังหวัดปทุมธานีให้เกิดความยั่งยืน กิจกรรมที่สำคัญในวันนี้คือการที่คณะผู้บริหาร ส.อบจ. และประชาชน ได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำพื้นถิ่นที่เหมาะสมกับระบบนิเวศของคลอง 13 จำนวน 8 สายพันธุ์ ประกอบด้วย กุ้งก้ามกราม ปลาตะเพียนขาว ปลานวลจันทร์ ปลาสวาย ปลาบ้า ปลากดเหลือง ปลาแรด และปลาบึก รวมทั้งสิ้นกว่า 1,052,500 ตัว ลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในวันนี้ โดยเฉพาะกุ้งก้ามกรามและปลาเศรษฐกิจสายพันธุ์ต่างๆ ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์และสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศในคลอง 13 เท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวิถีชุมชน เนื่องจากคลอง 13 มีศักยภาพสูงในการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่สำหรับกิจกรรมตกกุ้งและตกปลาตามธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ดึงดูดนักท่องเที่ยว และสร้างรายได้เสริมที่ยั่งยืนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอหนองเสือและพื้นที่ใกล้เคียง ควบคู่ไปกับการสร้างจิตสำนึกให้ชุมชนช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดและคุณภาพน้ำในลำคลองแห่งนี้ต่อไป
โครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหลายภาคส่วน ที่มาร่วมแรงร่วมใจกันขับเคลื่อนกิจกรรมฟื้นฟูธรรมชาติในครั้งนี้ให้ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ อำเภอหนองเสือ, อำเภอธัญบุรี, สำนักงานประมงจังหวัดปทุมธานี, สำนักงานชลประทานที่ 11, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปทุมธานี, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ได้แก่ เทศบาลตำบลหนองเสือ เทศบาลตำบลหนองสามวัง อบต.ศาลาครุ อบต.นพรัตน์ รวมถึงวัด โรงเรียน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่
สหรัฐ แก้วตา หน ข่าว ปทุมธานี รายงาน








