ปทุมธานี แม่ร่ำไห้!! ร้อง “ปวีณา” สุนัขดุร้ายพันธุ์ผสมบางแก้วขย้ำลูกชาย 9 ขวบ “อัณฑะฉีก” ขณะเดินเล่นตลาดเก่าย่านดอนเมือง !!!
ปทุมธานี แม่ร่ำไห้!! ร้อง “ปวีณา” สุนัขดุร้ายพันธุ์ผสมบางแก้วขย้ำลูกชาย 9 ขวบ “อัณฑะฉีก” ขณะเดินเล่นตลาดเก่าย่านดอนเมือง !!!

แพทย์ต้องวางยาสลบเย็บแผลให้เด็กนอน รพ.ดูอาการ ออกจากรพ.ลูกยังหวาดผวาไม่กล้าออกจากบ้านเพราะหวาดกลัวสุนัขอย่างหนัก แจ้งความสน.ดอนเมือง เจ้าของยังเมินไร้เยียวยา ไม่เคยเหลียวแลสอบถามอาการเด็กรับผิดชอบแต่อย่างใด ขณะที่สุนัขตัวดังกล่าวยังถูกปล่อยเพ่นพ่าน ชาวบ้านเผยชอบไล่กวดคนผ่านไปมาประจำหวั่นไปขย้ำคนอื่นซ้ำอีก
ที่มูลนิธิปวีณาฯ : วันที่ 19 เม.ย.69 เวลา 10.30 น. นางสาวนพวรรณ อายุ 26 ปี อาศัยอยู่ย่านดอนเมือง กรุงเทพฯ เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อขอความเป็นธรรมกรณี “น้องกัปตัน” ลูกชายวัย 9 ขวบ ถูกสุนัขพันธุ์ทางผสมบางแก้วกัดจนบาดเจ็บสาหัส แผลฉกรรจ์ที่อัณฑะ แต่เจ้าของสุนัขกลับเพิกเฉยไม่แสดงความรับผิดชอบ
นางสาวนพวรรณ ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 เม.ย. 69 ขณะที่ย่าพาน้องกัปตันและหลานๆ อีก 2 คน อายุ 4 ขวบ กับ 1 ขวบเศษไปเดินเล่นบริเวณตลาดเก่าที่ปิดไปแล้วอยู่หลังโรงแรมอมารี ขณะที่ย่ากำลังพาหลานๆ เดินกลับบ้าน น้องกัปตันเดินอยู่ท้ายสุดคนเดียวเพราะมัวเล่นกับเพื่อนเลยเดินช้า จู่ๆ สุนัขตัวดังกล่าวได้วิ่งเข้ามาทางด้านหลังและกัดเข้าที่ก้นของน้องกัปตันอย่างจังจนเลือดอาบเป้ากางเกง
จากนั้นเพื่อนน้องกัปตันขี่จักรยานมาบอกแม่ว่า น้องกัปตันถูกสุนัขกัด แม่จึงรีบออกจากบ้านไปเจอลูกกลางทาง เห็นสภาพน้องกัปตันยืนร้องไห้หวาดกลัวอย่างหนัก ขณะที่มือกุมเป้ากางเกงมีเลือดไหลนอง แม่จึงรีบพาลูกไปที่รพ.ใกล้เคียง พยาบาลบอกว่า “ผนังอัณฑะด้านซ้ายฉีกขาด” ต้องทำการเย็บ พยาบาลจึงทำแผลเบื้องต้นให้จากนั้นแม่จึงรีบพาลูกไปที่รพ.ธรรมศาสตร์ฯ แพทย์ได้ให้น้องกัปตันดมยาสลบและจับอัณฑะด้านซ้ายที่ปลิ้นออกมายัดกลับเข้าไปแล้วเย็บแผล โดยแพทย์ให้น้องกัปตันนอนรพ. 1 คืนเพื่อดูอาการ
หลังพาน้องกัปตันกลับมาบ้านวันที่ 11 เม.ย.69 แม่ได้ไปที่บ้านของสุนัขตัวดังกล่าวแต่ไม่เจอเจ้าของ เห็นสุนัขไม่มีการล่ามโซ่ ยังปล่อยเดินอยู่บริเวณหน้าบ้าน จากการสอบถามชาวบ้านแถวนั้นบอกว่า สุนัขตัวนี้ชอบไล่กวดคนที่ผ่านไปมาเป็นประจำ หลังจากที่ไม่เจอเจ้าของสุนัข ต่อมาวันที่ 12 เม.ย.69 แม่ได้ไปที่บ้านนั้นอีกครั้ง เจอเจ้าของสุนัขแต่งกายคล้ายตำรวจ ซึ่งแม่ไม่แน่ใจว่าเป็นตำรวจหรือไม่ แต่มีชาวบ้านบางคนบอกว่าเจ้าของเป็นอดีตตำรวจ ซึ่งแม่ก็ถามเขาว่า “เป็นเจ้าของหมาใช่หรือไม่” เขาตอบว่า “ใช่” แม่ถามอีกว่า “แล้วรู้ไหมว่าหมากัดลูกชายของตน” เขาก็บอกว่า “รู้แล้วๆ เดี๋ยวดูๆ” ตอนนั้นแม่เห็นสุนัขตัวดังกล่าวป้วนเปี้ยนอยู่ตรงนั้นจึงกลัวและไม่ได้คุยอะไรกับเจ้าของมากนัก เพราะคิดว่าเมื่อเขารู้เรื่องแล้วเดี๋ยวคงจะมาดูลูกของแม่บ้าง แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่เคยมาดูน้องกัปตันและไม่เคยแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด แม่แจ้งความไว้ที่สน.ดอนเมือง วันที่ 12 เม.ย.69 แต่จนถึงวันนี้เจ้าของสุนัขก็ยังไม่มาแสดงความรับผิดชอบ
ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.69 แม่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาน้องกัปตัน เพราะต้องเดินทางไปล้างแผลทุกวัน และต้องไปฉีดยาป้องกันพิษสุนัขบ้าให้ครบ 5 ครั้ง ในวันที่ 10, 13, 17, 24, 28 เม.ย.69 และแม่ต้องหยุดงานรับจ้างขายของเพื่อมาดูแลลูกทำให้ขาดรายได้ ครอบครัวฐานะยากจน สามีทำงานเป็นพ่อบ้านที่สนามบินมีรายได้เพียงวันละ 400 บาท ไม่พอรายจ่าย
“อีกทั้งก่อนหน้านี้น้องกัปตันเคยเป็นเด็กร่าเริง ช่วยแม่ดูแลน้อง 2 คน แต่ตอนนี้น้องสภาพจิตใจแย่มาก อยู่ในอาการหวาดผวาไม่กล้าออกจากบ้านตั้งแต่ถูกหมากัด แม่จะพาน้องไปที่บ้านนั้นน้องก็ไม่กล้าไปเพราะกลัวหมา ซึ่งปกติน้องก็ไม่กล้าเล่นกับหมาไม่เข้าใกล้หมาอยู่แล้ว ก็ยิ่งกลัวหนักไปอีก แม่ตัดสินใจมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ ขอช่วยให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวด้วย ให้เจ้าของสุนัขมารับผิดชอบ และดูแลควบคุมสุนัขตัวเองให้ดี อย่าปล่อยให้เป็นอันตรายกับคนอื่นและเด็กๆ อีก”
หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า ได้ประสานไปยัง พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 และพ.ต.อ.วันชัย วงศ์วานิชอนันต์ ผกก.สน.ดอนเมือง เพื่อเร่งรัดคดีและให้การช่วยเหลือ โดยในวันที่ 20 เม.ย.69 เวลา 10.30 น. นางปวีณา จะพาแม่เด็กไปพบ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2) เพื่อให้ข้อมูล พร้อมกับประสานทาง กทม. เข้าไปตรวจสอบสุนัขที่บ้านหลังดังกล่าว จัดการให้เจ้าของดูแลสุนัขให้อยู่ในพื้นที่บ้านหรือในรั้ว ไม่ปล่อยปละละเลยให้สุนัขออกไปเพ่นพ่านสร้างความเดือดร้อนหรือกัดผู้อื่น โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์ดุต้องสวมสายจูงและครอบปากเมื่ออยู่นอกบ้าน พร้อมกันนี้ นางปวีณาจะประสานกระทรวงศึกษาธิการเรื่องประกันอุบัติเหตุของเด็กนักเรียนเพื่อช่วยเหลือจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับน้องกัปตันอีกทางหนึ่ง โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และขอฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ให้เจ้าของสุนัขดูแลควบคุมสุนัขตัวเองให้ดีและผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องซ้ำรอยเช่นนี้อีก
สหรัฐ แก้วตา หน ข่าว ปทุมธานี รายงาน








