ปทุมธานี!!!พ่อแม่ผู้ปกครอง 11 ครอบครัว พานักเรียนหญิง 11 คน อายุ 10-15 ปี (ป.5-ม.3) ร้อง “ปวีณา” ถูก “ผอ.รร.” จับหน้าอกนานกว่า 2 ปี
ปทุมธานี!!!พ่อแม่ผู้ปกครอง 11 ครอบครัว พานักเรียนหญิง 11 คน อายุ 10-15 ปี (ป.5-ม.3) ร้อง “ปวีณา” ถูก “ผอ.รร.” จับหน้าอกนานกว่า 2 ปี

ทำทีเรียกไปตัดผม ทำงานบ้าน ซักผ้า ล้างจาน ล้างห้องน้ำให้ ผอ.รร. ที่บ้านพักครูในโรงเรียน ก่อนล่วงละเมิดทางเพศจับหน้าอกแทบทุกวัน มีเด็กบางคนถูกจับหน้าอกเป็น 100 ครั้ง บางรายให้ถอดเสื้อและใส่เสื้อซับในที่ ผอ.รร.ซื้อมาให้ก่อนล้วงจับหน้าอก ต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด “ปวีณา” เชิญ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ กระทรวงศึกษาธิการ เดินทางมาประชุมกับนางปวีณาและรับเรื่องด้วยตนเองที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จ.ปทุมธานี และในวันที่ 10 ก.ค.นี้ เวลา 10.30 น. “ปวีณา” จะพาผู้ปกครองกับเด็กๆ นักเรียนไปพบแจ้งความกับ พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ที่ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี
จ.กาญจนบุรี : วันที่ 9 ก.ค. 69 เวลา 11.30 น. กลุ่มผู้ปกครองเด็กนักเรียนหญิง 11 ราย 11 ครอบครัว รวม 20 กว่าคน เดินทางมาจากจ.กาญจนบุรี ร้องทุกข์ “ปวีณา” ลูกสาวอายุ 10-15 ปี ทั้ง 11 คน เป็นนักเรียนชั้น ป.5 (9 คน) ป.6 (1 คน) ม.3 (1 คน) โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี ถูกผู้อำนวยการโรงเรียน (ผอ.รร.) กระทำอนาจารและล่วงละเมิดทางเพศโดยการใช้มือล้วงจับหน้าอก บางคนถูกกระทำตั้งแต่ป.3 โดนแทบทุกวันเป็น 100 ครั้ง โดย ผอ.รร.จะทำทีเรียกเด็กไปตัดผม ทำงานบ้าน หรือลองเสื้อผ้าที่บ้านพักครูในโรงเรียน พร้อมข่มขู่จะตัดทุนการศึกษาหากนำเรื่องไปบอกคนอื่น นอกจากนี้แม่ของเหยื่อด.ญ.คนหนึ่งยังสงสัยพฤติกรรม ผอ.รร. ที่ซื้อเสื้อกล้ามซับในมาให้เด็กเป็นประจำโดยหักจากเงินที่รัฐบาลอุดหนุนค่าเสื้อผ้า-อุปกรณ์การเรียน จากนั้นก็ขอเสื้อกล้ามซับในตัวเก่าของเด็กคืนไปก็ไม่รู้เจตนาว่าเอาไปทำอะไร และ ผอ. ก็จะเรียกใช้เด็กนักเรียนหญิงหลายคนสลับกันไปทำงานที่บ้านพักครู ใช้ซักผ้า ล้างจาน ล้างห้องน้ำ และล่วงละเมิดทางเพศเด็กเป็นประจำ เด็กๆ เคยไปบอกครูในโรงเรียนหลายคนแต่กลับไม่ได้รับความช่วยเหลือ พูดแค่ให้หลีกเลี่ยง ผอ. ถ้าไปหา ผอ. ก็ให้ชวนเพื่อนไปด้วยหลายๆ คน แต่ครูก็ยังใช้ให้เด็กเอาเอกสารไปให้ ผอ. เซ็นที่บ้านพักเป็นประจำ แถมครูยังบอกอีกว่า “ให้เด็กๆ รักโรงเรียน อย่าไปพูดทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียชื่อเสียง” โดยเด็กหญิงทั้ง 11 คน ยืนยันมีเพื่อนอีกหลายคนตกเป็นเหยื่อ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ผอ.รร. ได้ยื่นหนังสือลาออก พ่อแม่ผู้ปกครองจึงเกรงว่า ผอ.รร.จะหนีความผิด ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด “ปวีณา” ประสาน นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ กระทรวงศึกษาธิการ เดินทางมารับเรื่องด้วยตนเอง พร้อมด้วย ดร.อรุณี จิรมหาศาล ผู้ช่วยเลขาธิการ สพฐ. ดร.ตฤณ ก้านดอกไม้ ผอ.ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ เดินทางมาประชุมร่วมกับ “ปวีณา” และผู้ปกครองเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ตอนนี้จะดำเนินการใน 2 เรื่อง เรื่องที่ 1. ให้ทางสพฐ. ตั้งกรรมการสอบ ผอ.รร. และให้ออกจากพื้นที่ไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตแล้ว เรื่องที่ 2. จะประสานกระทรวงสาธารณสุข กระทรวง พม. ร่วมกันฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็กในระยะยาว โดยทั้งการสอบทางวินัย ผอ. และการฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็กจะสั่งการสพฐ. ให้ทำโดยเร็ว และสพฐ.จะเร่งลงพื้นที่ใน 1-2 วันนี้ ทางกระทรวงศึกษาธิการจะเป็นแบ๊กอัพผู้ปกครองและเด็กๆ ในการต่อสู้คดี ถ้าเขาผิดจริงก็จะดำเนินการทางวินัยขั้นเด็ดขาดและช่วยเหลือทางด้านกฎหมายกับครอบครัว หาก ผอ.รร. ผิดจริงก็จะถึงขั้นโดนไล่ออกและไม่ได้รับเงินบำเหน็จบำนาญอีกทั้งถูกดำเนินคดีอาญาด้วย
นางปวีณา กล่าวว่า ได้ประสาน พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี และจะพาผู้ปกครองกับเด็กๆ นักเรียนไปแจ้งความที่ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ในวันที่ 10 ก.ค.นี้ ขอบคุณ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ กระทรวงศึกษาธิการ ที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้และเดินทางมารับเรื่องด้วยตนเอง หลังนางปวีณา รับเรื่องนี้ก็ได้ประสานกับรัฐมนตรีอัครนันท์ ทันที เพราะมูลนิธิปวีณาฯ ทำงานร่วมกับศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ กระทรวงศึกษาธิการ มายาวนาน ขอฝากให้กระทรวงศึกษาดูแลดำเนินการทางวินัยร้ายแรงกับ ผอ.รร. ในส่วนเรื่องคดีนางปวีณา จะติดตามอย่างใกล้ชิดร่วมกับ พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เรื่องนี้จะต้องไม่ปล่อยให้คนชั่วร้ายลอยนวล
รายละเอียด….
นายต้น พ่อของด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี นักเรียนชั้นป.5 ตัวแทนผู้ปกครอง กล่าวว่า วันที่ 1 ก.ค. 69 ตนได้ยินข่าวว่า ผอ.รร. กระทำอนาจารล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียนในโรงเรียนหลายคน จึงได้มาสอบถามลูกสาวก็แทบช็อก!! ลูกบอกว่าเคยถูก ผอ.กระทำรวม 3 ครั้ง ตั้งแต่ป.4 จำนวน 2 ครั้ง ผอ.เรียกไปตัดผมให้และตอนไปเอาชุดเนตรนารีที่บ้านพักครู ผอ.ใช้มือสองข้างล้วงเข้าไปจับหน้าอก ครั้งที่ 3 วันที่ 12 มิ.ย.69 ผอ.เรียกไปเอากางเกงวอร์มที่บ้านพักแล้วล้วงจับหน้าอก จากนั้นตนจึงได้ติดต่อสอบถามกับเด็กนักเรียนคนอื่นๆ ในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียงก็ทราบว่า ผอ.รร.ได้กระทำอนาจารกับเด็กนักเรียนอีกประมาณ 20 กว่าคน เมื่อไปสอบถาม ผอ. ที่โรงเรียนก็ได้รับการปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ และยังกล่าวหาว่าเด็กๆ ติดโซเชียลแล้วคิดกันไปเอง และล่าสุดทราบมาว่า ผอ.รร.ได้ยื่นใบลาออกเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา อ้างว่าเพื่อความสบายใจของทุกคน และไม่อยากทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง ซึ่งพ่อต้องการจะดำเนินคดีกับ ผอ.รร.ให้ถึงที่สุด จึงมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ
ขณะที่ป้าของด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี นักเรียนชั้นป.6 กล่าวว่า ลูกสาวบอกว่าถูก ผอ.รร. เรียกไปตัดผมที่บ้านพักครูและล้วงจับหน้าอกมาตั้งแต่ป.3 เพราะน้องตัวโตกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน จากนั้นก็โดนจับแทบทุกวันเรื่อยมานับเป็น 100 ครั้ง ถ้า ผอ. ไม่เรียกไปตัดผมก็จะเรียกไปทำงานซักผ้า ล้างจาน ล้างห้องน้ำให้ที่บ้านพัก บางครั้งก็ให้เงิน 50-100 บาทไปซื้อขนม นอกจากนี้ ผอ.ยังสั่งซื้อเสื้อกล้ามซับในมาให้เด็ก โดยเรียกไปรับและลองสวมใส่ที่บ้านพักครูก่อนจะล้วงจับหน้าอกเด็ก แถมยังหักเงินค่าเสื้อกล้ามซับใน 40-50 บาทจากเงินที่กระทรวงศึกษาธิการให้เด็กๆ เป็นค่าอุปกรณ์การเรียน 400 บาท มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ลูกสาวถูกเรียกไปตัดผม 3 วันติด คือวันที่ 10-11-12 มิ.ย.69 เด็กก็งงจะตัดผมอะไรทุกวัน ใช้กรรไกรเล็มปลายให้นิดเดียวแล้วก็จับหน้าอกก่อนจะปล่อยกลับบ้าน ตัดผมแต่ละครั้งผมก็ไม่เท่ากัน
ด้านแม่ของด.ญ.ซี (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี กล่าวว่า ครอบครัวเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่เมื่อปีที่แล้วและลูกสาวเพิ่งย้ายมาเรียนโรงเรียนนี้ตอนป.4 ลูกสาวบอกว่า ผอ. มักจะดึงมือไปที่บ้านพักครูแล้วตัดผมให้ บอกว่าผมเริ่มจะยาวผิดระเบียบทั้งที่แม่เพิ่งพาไปตัดผมมา และผอ.ชอบเรียกลูกสาวไปช่วยทำงานบ้าน ซักผ้า ล้างจาน ที่บ้านบ่อยๆ แทบทุกวันตั้งแต่ ป.4 เทอม 2 เรื่อยมารวมแล้วราวๆ 60-70 ครั้ง เวลาที่ไปบ้าน ผอ. ลูกก็จะถูกล้วงเข้าไปในเสื้อจับหน้าอก บางครั้ง ผอ.ก็จับถอดเสื้อ และถูกข่มขู่ห้ามไปบอกใครมิฉะนั้นจะไม่ให้ทุนการศึกษา 3,000 บาท ที่ผ่านมาลูกจึงไม่กล้าบอกแม่เพราะกลัวไม่ได้ทุนเรียนแล้วแม่จะลำบาก นอกจากลูกสาวแล้วก็ยังมีเด็กนักเรียนหญิงอีกหลายคนถูกเรียกไปทำงานบ้านให้ครูแล้วก็ถูกกระทำเหมือนกัน
สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กคนอื่นๆ ได้กล่าวถึงข้อมูลที่ได้จากลูกสาวเกี่ยวกับพฤติกรรมของ “ผอ.รร.” รายนี้สอดคล้องกันว่า ทุกวัน ผอ.จะเดินอยู่ในโรงเรียนและคอยเรียกเด็กผู้หญิงไปตัดผมที่บ้านพักครูอ้างว่าผิดระเบียบและช่วยผู้ปกครองประหยัดเงินตัดผม และมักจะเรียกเด็กไปเอาเสื้อกล้ามซับใน กางเกงวอร์ม ชุดเนตรนารี อุปกรณ์การเรียนที่บ้านพักครูซึ่งอยู่ภายในโรงเรียนซึ่งไม่ไกลจากอาคารเรียนมากนักก่อนจะล้วงจับหน้าอกล่วงละเมิดทางเพศ เด็กนักเรียนหญิงจำนวนมากตกเป็นเหยื่อ ส่วนเด็กนักเรียนชาย ผอ.จะไม่เคยตัดผมให้โดยให้ไปหาตัดเองที่ร้านตัดผม
ทั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าสลดใจอย่างยิ่งเมื่อด.ญ.ทั้ง 11 คนบอกว่า หลังจากถูก ผอ.ล้วงจับหน้าอก เคยไปขอความช่วยเหลือจากครูหลายคนในโรงเรียน แต่กลับได้รับคำตอบว่า “ทีหลังก็พยายามเลี่ยงไม่ให้เจอ ผอ. หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ให้ชวนเพื่อนไปด้วยหลายๆ คน” แต่ขณะเดียวกันครูที่เด็กไปขอความช่วยเหลือกลับยังใช้เด็กๆ ที่เป็นเหยื่อเอาเอกสารไปให้ ผอ.เซ็นชื่อที่บ้านพักอยู่บ่อยๆ ซึ่งเด็กก็ถูกกระทำซ้ำอีก แม้เด็กจะไปกันหลายคนแต่ก็ยังถูก ผอ.กระทำและเพื่อนที่ไปด้วยก็เห็นเหตุการณ์ ซึ่งเด็กๆ ทุกคนที่ตกเป็นเหยื่อต้องเก็บเรื่องเงียบทนทุกข์เอาไว้ไม่กล้าบอกใครเพราะกลัวจะถูกผอ.ทำโทษ กลัวผอ.จะไม่ให้ทุนการศึกษา และกลัวพ่อแม่จะเดือดร้อน จนมีเด็กตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังมีเด็กที่ถูกกระทำอีกหลายคนที่พ่อแม่ไม่กล้าออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูก
ขณะที่น.ส.ดี (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นม.3 เล่ากับผู้ปกครองว่า หนูถูก ผอ. เรียกไปตัดผมและจับหน้าอกตั้งแต่เรียนอยู่ป.5 เรื่อยมาจนถึง ม.2 บางครั้ง ผอ.ก็ให้เงินไปซื้อขนมบ้าง ตั้งแต่เด็กเคยไปขอความช่วยเหลือจากครูหลายคน ครูก็บอกว่า “เด็กๆ ถูกทำตั้งแต่รุ่นแม่ จนถึงตอนนี้ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง ก็ให้พยายามหลีกเลี่ยง ไม่ไปหาผอ. หรือถ้าไปก็ให้ไปกันหลายๆ คน” แต่เมื่อเดินอยู่ในโรงเรียนก็ต้องเจอผอ.อยู่ดี เวลาที่ผอ.เรียกก็ไม่กล้าขัดขืน และครูที่หนูไปขอความช่วยเหลือก็มักจะให้เด็กเอาเอกสารไปให้ ผอ.เซ็น ก็ต้องถูกกระทำอยู่บ่อยครั้ง ที่ผ่านมาก็ไม่กล้าบอกพ่อแม่จนกระทั่งผู้ปกครองรู้และรวมตัวกันมาร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาฯ ขณะที่ครูในโรงเรียนรู้ข่าวว่าพ่อแม่ผู้ปกครองจะเอาเรื่องผอ. ก็มีครูส่งไลน์มาหาหนูว่า “ในการที่ ผปค. แจ้งความดำเนินคดี ครู ปจช. จะต้องถูกสอบก่อน ตามด้วยครูที่รู้ และในโรงเรียนต่อไป มีอะไรบอกก่อนจะได้ตั้งตัวทัน” และ “คิดจะทำอะไรครูรู้นะ เราต้องรักโรงเรียน ต้องช่วยโรงเรียนนะ” ซึ่งหนูคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของโรงเรียน ไม่น่าจะต้องกลัวโรงเรียนเสียชื่อเสียง เพราะเป็นเรื่องความผิดของตัวบุคคลมากกว่า”
สหรัฐ แก้วตา หน ข่าว ปทุมธานี รายงาน








