ปทุมธานี วอนช่วย 2 ตายายป่วยอาศัยบ้านไร้ไฟ-น้ำกว่า 10 ปี ตาต้องเข็นน้ำจากคลอง ยายเบาหวานขึ้นตาแทบมองไม่เห็น อาศัยข้าวบิณฑบาตประทังชีวิต

กันยายน 2, 2026 15:27 โดย opwnews
0
137

ปทุมธานี วอนช่วย 2 ตายายป่วยอาศัยบ้านไร้ไฟ-น้ำกว่า 10 ปี ตาต้องเข็นน้ำจากคลอง ยายเบาหวานขึ้นตาแทบมองไม่เห็น อาศัยข้าวบิณฑบาตประทังชีวิต

IMG_4781 IMG_4799 IMG_4750ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับการร้องเรียนขอความช่วยเหลือผ่านทางนางสาวณิชาพร ช่างต่อ ประธานกลุ่มจิตอาสาเพื่อนณิชา , นายอนุวัตร วงษ์เจริญ ทีมงานคลองหลวงน่าอยู่  วอนช่วย2ตายายไร้ไฟฟ้าน้ำประปาใช้นานกว่า10ปีตาป่วยโรคลมชักยายป่วยเบาหวานถูกตัดนิ้วเท้าเริ่มขึ้นตามองไม่เห็น ต้องอาศัยข้าวบิณฑบาตพระ  โดยตายายพักอาศัย อยู่ภายในซอยสามัคคี ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เบื้องต้น พระครูโสภณภัทรเวทย์,ดร.(หลวงพ่ออ๊อด)
เจ้าคณะอำเภอลำลูกกา
เจ้าอาวาสวัดสายไหมได้มอบถุงยังชีพ และแพมเพริมแบบผู้ใหญ่มอบให้สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

IMG_4741 IMG_4757 IMG_4767เมื่อเดินทางเข้าไปภายในซอยดังกล่าวพบว่ามีถนนทางเข้าเป็นถนนคอนกรีต  ตั้งแต่ปากซอยจนถึงช่วงท้ายซอยที่ชนกันกับคลองหนึ่ง  แต่เสาไฟฟ้าและท่อน้ำประปา  มีการติดตั้งเพียงระยะแค่ช่วงปากซอยจนถึงช่วงกลางซอยเท่านั้น  มีระยะทางในการติดตั้งเสาไฟฟ้าไว้เพียงประมาณ  300-400 เมตร  และยังพบว่ามีการติดตั้งเสาไฟส่องสว่างแบบโซลาร์เซลล์  ติดตั้งไว้ตั้งแต่ปากทางจนถึงท้ายซอย  แต่พบว่าบ้านหลังดังกล่าวซึ่งเป็นบ้านของสองตายาย  มีลักษณะบ้านเป็นบ้านปูน 1 ชั้น จากการตรวจสอบสภาพบ้านโดยรอบมีสภาพทรุดโทรม หลังคากระเบื้องแตก  หน้าต่างแหละประตูชำรุด  และภายในบ้านหลังดังกล่าวไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้  อาศัยเพียงเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ที่มีการติดตั้งไว้อยู่บริเวณหน้าบ้าน  ส่วนภายในบ้านสองตายายทราบชื่อคือ นายยงยุทธ ศรีสังข์ อายุ 53 ปี ป่วยเป็นโรคลมชัก  แต่พบว่าไม่ได้หาหมอเพื่อรักษาอาการเนื่องจากสิทธิ์การรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลสามโคกซึ่งอยู่ห่างไกลและไม่มีเงินเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาล  จึงซื้อยาจากร้านยาแก้ลมชักมากินเองเมื่อเกิดอาการ  ส่วนใหญ่ นาง สุรินทร์ ศรีสังข์ อายุ 56 ปี ภรรยา  ป่วยเป็นโรคเบาหวานถูกตัดนิ้วเท้า  และอาการเบาหวานเริ่มเนอาการกำเริบขึ้นที่บริเวณตาทำให้ที่ตามองเห็นไม่ชัด  ทั้งสองคนพักอาศัยอยู่ใน บ้านเลขที่ 27 / 5 หมู่ 6 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เบื้องต้นทีมงานจิตอาสาประสานขอยืมโอ่งน้ำจากวัด พระธาตุเติมบุญ และประสานรถน้ำดับเพลิงของเทศบาลคลองหลวงนำน้ำมาเติมให้เพื่อให้ทั้งสองคนได้ใช้ในเบื้องต้นก่อน

IMG_4790 IMG_4787 IMG_4804นาง สุรินทร์ ศรีสังข์ อายุ 56 ปี กล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นของพ่อแม่สามี แต่ทั้งสองเสียชีวิตไปแล้ว ได้ทิ้งบ้านไว้ให้สามีและพี่สาวอาศัยอาศัยอยู่กันคนละครึ่ง ต่อมาพี่สาวได้เสียชีวิตลง ส่วนลูกของพี่สาวก็ไปอยู่ที่อื่น ตนเองและสามีจึงอาศัยกันอยู่สองคนภายในบ้าน ซึ่งตนเองก็มีลูกแต่ที่บ้านไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ทำให้ลูกสาวย้ายไปอยู่ที่อื่น และ นำเงินประกันสังคมที่ตนเองได้รับทุกเดือนมามอบให้ไว้ใช้จ่ายเดือนละ 1400 บาท ส่วนไฟฟ้าไม่มีสาเหตุมานานกว่า 10 ปีแล้ว จะใช้ชาร์จโทรศัพท์ก็จะไปอาศัยที่วัดและเพื่อนบ้าน ที่เป็นแคมป์คนงานอยู่ช่วงต้นซอย และในส่วนน้ำประปาก่อนหน้านี้เคยต่อท่อจากเพื่อนบ้านต้นซอยที่มีน้ำประปาใช้ โดยจ่ายให้เขาเดือนละ 300 บาท แต่ช่วงหลังไม่มีรายได้และไม่มีเงินจึงไม่ได้ต่อน้ำมาใช้ จึงให้สามีไปเข็นน้ำจากคลองหนึ่งช่วงท้ายซอยไกลจากบ้านไปประมาณ 500 เมตร นำน้ำมาใช้ภายในบ้าน

นางสาวณิชาพร ช่างต่อ ประธานกลุ่มจิตอาสาเพื่อนณิชา เปิดเผยว่า สองตายายอาศัยอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง แม้จะมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่กลับไม่มีทั้งน้ำประปาและไฟฟ้าใช้ในชีวิตประจำวัน คุณยายมีปัญหาด้านการมองเห็น เนื่องจากเบาหวานขึ้นตา ส่วนคุณตามีอาการหลงลืม ความจำไม่ค่อยดี และเป็นโรคลมชักอยู่บ่อยครั้ง ทั้งสองคนมีอาการเจ็บป่วย แต่ไม่ได้ไปพบแพทย์และไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ทำให้อาการของคุณยายรุนแรงขึ้นจนมองเห็นได้ไม่ชัด ในแต่ละวัน หากต้องการน้ำใช้ สองตายายต้องใช้รถเข็นเดินไปตักน้ำจากคลองส่งน้ำคลองหนึ่งกลับมาใช้ที่บ้าน ระยะทางค่อนข้างไกลจากบ้านไป500เมตรไปกลับ1กิโล และเป็นภาระอย่างมากสำหรับผู้สูงอายุที่มีอาการเจ็บป่วยทั้งคู่ สภาพรอบบ้านถูกปกคลุมไปด้วยหญ้าและต้นไม้ ภายในบ้านมีสภาพสกปรก ห้องน้ำเต็มและไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ทุกเช้า คุณตาต้องออกไปเดินบิณฑบาตตามพระวัดพระธาตุเติมบุญ เพื่อหวังจะนำอาหารที่ได้รับมาแบ่งกันประทังชีวิต ก่อนหน้านี้ยังพอมีเพื่อนบ้านช่วยหุงข้าวและช่วยออกค่าไฟให้เป็นรายเดือน แต่ปัจจุบันความช่วยเหลือนั้นไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของสองตายายยิ่งลำบากมากขึ้น

IMG_4828นายอนุวัตร วงษ์เจริญ ทีมงานคลองหลวงน่าอยู่  กล่าวว่า เรื่องน้ำประปาจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าบ้านของสองตายายอยู่ห่างจากท่อส่งน้ำประปาของเทศบาลประมาณ 500 เมตร และอยู่ห่างจากแนวท่อส่งน้ำของการประปาส่วนภูมิภาคประมาณ 500 เมตร เช่นกัน แต่การขอติดตั้งมิเตอร์และเดินท่อประปาอาจมีค่าใช้จ่ายหลักหมื่นบาท ซึ่งเป็นภาระที่สองตายายไม่สามารถรับไหว ส่วนเสาไฟฟ้าก็พบว่ามีการติดตั้งเสาไฟฟ้าแต่ช่วงปากซอย เข้ามาภายในซอยเป็นระยะทางประมาณ 300-400 เมตร แต่หลังจากนั้นจนถึงท้ายซอยไม่มีเสาไฟฟ้าจึงทำให้พื้นที่ช่วงท้ายซอยไม่มีไฟฟ้าใช้  ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุว่าเหตุใดเสาไฟฟ้าจึงเดินสายมาได้แค่ครึ่งซอย  อย่างไรก็ตาม จะประสานไปยัง เทศบาลเมืองคลองหลวง เพื่อขอความอนุเคราะห์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง และร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลือเรื่องน้ำประปา ไฟฟ้า สุขอนามัย และการเข้าถึงการรักษาพยาบาล เพื่อให้สองตายายสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและปลอดภัยมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า  ได้ไปสอบถามข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ และทราบว่า ที่ สำนักสงฆ์พระธาตุเติมบุญ หมู่ 7 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พระธวัชชัย พรินทรากูล เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ฯ เปิดเผยว่า ที่วัดก็ไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาเข้าถึงในพื้นที่เช่นกัน ทางวัดต้องขอความอนุเคราะห์จากโยมซึ่งอยู่บริเวณบ้านฝั่งข้ามคลองอีกฝั่งติดตั้งไฟฟ้า และน้ำประปา ต่อจากบ้านโยม ในการนำน้ำประปาและไฟฟ้ามาใช้ภายใน สำนักสงฆ์ดังกล่าว จึงแบบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสำรวจภายในซอยเนื่องจากชาวบ้านหลายคนต่างพากันมาถมที่และปูคงสร้างเพื่อจะมาอาศัยอยู่แต่ก็ไม่สามารถเข้ามาปลูกสร้างได้เนื่องจากไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาเข้าถึง  ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเกิดจากปัญหาหรือสาเหตุใด และในส่วนของบ้านโยมสองตายายทางวัดก็ได้ช่วยเหลือนำข้าว และอาหารพระบิณฑบาตมาได้แบ่งปันให้กับโยม ได้ไปกินประทังชีวิต เพราะทั้งสองไม่มีไฟฟ้าใช้ อีกทั้งยังป่วยไม่มีรายได้ การประกอบอาหารทำกับข้าวหรือใช้ชีวิตประจำวันจึงเกิดความลำบาก

 




--!>