ปทุมธานี “เพลงพาสุข” เปิดเวทีวัยเก๋า 60+ ประชันเสียงเพลงไพเราะ ระดมทุนช่วยผู้ป่วยมะเร็ง ชวนผู้ปกครองส่งลูกเรียนร้องเพลง ฝึกสมาธิ–พัฒนาอารมณ์
ปทุมธานี “เพลงพาสุข” เปิดเวทีวัยเก๋า 60+ ประชันเสียงเพลงไพเราะ ระดมทุนช่วยผู้ป่วยมะเร็ง ชวนผู้ปกครองส่งลูกเรียนร้องเพลง ฝึกสมาธิ–พัฒนาอารมณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านเดอะกาเดนเนอร์คาเฟ่ ภายในสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ เลขที่ 72 หมู่ 2 ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ชมรมเพลงพาสุข สามโคกปทุมธานี จัดกิจกรรมประกวดร้องเพลงสำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยมี น.ส.ปาริชา ดีสวัสดิ์ หรือ “ครูพิม” เป็นผู้ริเริ่มโครงการ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้แสดงความสามารถด้านการขับร้อง สร้างความสุขทางอารมณ์ ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ ตลอดจนใช้เสียงเพลงเป็นสื่อกลางในการสร้างความสัมพันธ์และแบ่งปันน้ำใจให้แก่สังคม
การประกวดกำหนดให้ผู้เข้าแข่งขันขับร้องบทเพลงของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีเนื้อร้องและท่วงทำนองไพเราะนุ่มนวล เพื่อร่วมอนุรักษ์บทเพลงที่มีคุณค่าและส่งเสริมให้ผู้สูงอายุใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปมอบเป็นค่ารักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง นับเป็นการผสมผสานกิจกรรมทางดนตรีเข้ากับการทำประโยชน์เพื่อสังคม
นอกจากนี้ ผู้จัดงานยังต้องการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ศิลปะการขับร้องเพลง โดยขอเชิญชวนผู้ปกครองนำบุตรหลานเข้ามาเรียนร้องเพลง โดยเฉพาะบทเพลงที่มีเนื้อร้องและทำนองนิ่มนวล อ่อนหวาน และมีความไพเราะ เพื่อให้เด็กได้ซึมซับความสุนทรีย์ผ่านเสียงเพลง พร้อมฝึกสมาธิ การควบคุมลมหายใจ การใช้เสียง และการแสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสม
ครูพิมมองว่า การร้องเพลงไม่ใช่เพียงการฝึกทักษะทางดนตรีหรือการแสดงความสามารถเท่านั้น แต่ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้การรับฟัง การทำความเข้าใจอารมณ์ และการถ่ายทอดความรู้สึกผ่านบทเพลงที่มีความหมาย โดยเพลงที่มีเนื้อหาอ่อนโยนและท่วงทำนองนุ่มนวลอาจช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ส่งเสริมความละเอียดอ่อนทางอารมณ์ และเปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ ทั้งนี้ การเรียนร้องเพลงควรดำเนินไปตามวัยและความพร้อมของเด็ก ควบคู่กับการส่งเสริมให้เกิดความสนุกสนานและความมั่นใจในตนเอง
ขณะเดียวกัน การเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ร่วมกับผู้สูงอายุ ยังเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างวัย ให้คนต่างรุ่นได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ถ่ายทอดความรู้ และร่วมกันอนุรักษ์บทเพลงไพเราะ ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างความอบอุ่นในชุมชนแล้ว ยังทำให้เด็กได้เรียนรู้คุณค่าของผู้สูงอายุและศิลปวัฒนธรรมทางดนตรีที่สืบทอดกันมา
ด้าน ครูโฉมฉาย อรุณฉาน หรือ นิตยา อรุณวงศ์ นายกสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เปิดโครงการ “แว่วหวานตะวันฉาย” เพื่อถ่ายทอดความรู้และเทคนิคการร้องเพลงอย่างถูกต้องให้แก่บุคคลทั่วไปทุกเพศทุกวัย โดยมุ่งเน้นการฝึกใช้เสียง การหายใจ การออกเสียง และการถ่ายทอดอารมณ์ผ่านบทเพลงอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปพัฒนาทักษะการขับร้อง และใช้เสียงเพลงเป็นกิจกรรมสร้างความสุขในชีวิตประจำวัน
กิจกรรมดังกล่าวจึงไม่เพียงเป็นเวทีให้ผู้สูงอายุได้แสดงความสามารถและสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง แต่ยังเป็นโอกาสในการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการเรียนรู้ทางดนตรี โดยเฉพาะบทเพลงที่มีเนื้อร้องและท่วงทำนองไพเราะนุ่มนวล ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกสมาธิและการเรียนรู้ทางอารมณ์ ควบคู่กับการปลูกฝังจิตสำนึกในการแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น ผ่านรายได้จากกิจกรรมที่นำไปสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง
สำหรับผลการประกวดร้องเพลงผู้สูงอายุในครั้งนี้ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ คุณพจ พรสุรัตน์ อายุ 78 ปี รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ คุณดวงพสร ฉิมสำราญ อายุ 71 ปี และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ คุณชรินทร์ เอนกบุญ อายุ 70 ปี โดยผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนต่างถ่ายทอดบทเพลงและอารมณ์ผ่านเสียงร้องได้อย่างไพเราะ สะท้อนให้เห็นว่าความสุข ความสามารถ และความรักในเสียงเพลงไม่มีข้อจำกัดด้านอายุ













